สกู๊ป : พลังใจของ “CR7” และฝอยทอง

1

“ผมเฝ้ารอคอยเวลานี้มานานหลายปี ก่อนหน้านี้ไม่มีใครเชื่อว่า พวกเราจะทำสำเร็จ กระทั่งก่อนทัวร์นาเมนต์จะเริ่มต้นขึ้นจนแล้วจนรอดหลายฝ่ายก็ยังกาชื่อเราออกจากเส้นทาง”

“ใครจะเชื่อว่าวันนี้ฝันของผมจะเป็นจริง แล้วการรอคอยที่ยาวนานก็สิ้นสุดลงเสียที”

ซุ่มเสียงหลังแมตช์จากชายที่ก่อนหน้านี้ได้ชื่อว่าผู้ร้าย และ เปรียบดั่งซาตานสำหรับนักข่าว ย้อนกลับไปเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนนี่คือชายที่โดนผู้คนทั่วโลกรุมประนาม ช็อตที่เฟี้ยงไมค์นักข่าวลงทะเลสาบยังคงชวนให้ตกตะลึง

น่าเหลือเชื่อนะครับว่า ฉับพลันที่สิ้นสุดทัวร์นาเมนต์ ชื่อของ “คริสติอาโน่ โรนัลโด้” จะกลายเป็นพระเอกของงานที่หลายฝ่าย “ไม่มีวันลืมเลือน”

เกมนัดชิงสั่งลา “ฟรองค์ 16” สั่งสอนให้เราได้รู้ว่า บางครั้งทีมที่ดีกว่าก็ใช่ว่าจะยืนหยัดจีรังไปตลอดรอดฝั่งแต่อย่างใด นี่คือนัดชิงที่มีครบทุกรสชาติทั้งความเศร้าสลด, สุดระทึก, ชวนช็อก

ขณะเดียวกันก็ดึงก้นบึ้งของห้วงอารมณ์ให้จมดิ่งไปกับสถานการณ์สุดคับขันในเวลาเดียวกัน มันอาจไม่ใช่เกมที่เต็มไปด้วยความเร้าใจอะไรมากมาย แต่โดยส่วนตัวกับแมตช์ชิงดำที่เพิ่งผ่านพ้น

1

วินาทีที่ โรนัลโด้ ลงไปกุมบริเวณหัวเข่าด้วยความเจ็บปวดทำเอาใครหลายคนแทบน้ำตาคลอเบ้า ใครจะคิดว่าในวันที่ฝอยทองต้องไร้ “CR7” ที่เปรียบดั่งตัวชูโรงจะสามารถเอาตัวรอดได้

ลูกทีมของแฟร์นานโด ซานโต๊ส เปิดหัวมาประหนึ่งนางเอกที่ถูกตัวอิจฉาลอบทำร้าย ร้อยทั้งร้อยต่างฟันธงฉับฉับในใจว่า งานนี้ “ฝอยทอง” ไม่น่ารอด

แต่แล้วทุกอย่างกลับผิดคาด ว่ากันว่า คนเราเมื่อเปี่ยมไปด้วยแรงจูงใจย่อมเต็มไปด้วยพลังแฝงเสมอ กลายเป็นว่า การเดี้ยงของ โรนัลโด้ กลับทำให้พลพรรคโปรตุเกสฮึดขึ้นสู้กว่าเก่า

นี่คือวันที่เกมรับของโปรตุเกสเล่นดีที่สุดในชีวิต ระเบียบ – ระบบที่ แฟร์นานโด ซานโต๊ส วางไว้มันช่างเพอร์เฟค ด้านเกมรุกการไร้ โรนัลโด้ ไปตั้งแต่หัววันอาจทำให้ประสิทธิภาพแลดูมืดบอด

แต่แล้วในห้วงเวลาที่กำลังระส่ำ และ ย่ำแย่ ในขณะที่ลูกระเบิดถูกวางไว้กลางกรุง แล้วพระเอกของงานอย่าง “เอแดร์” ก็โผล่เข้ามา

1

อย่างไรก็ดีเบื้องหลังความสำเร็จนี้จะไม่มีทางเกิดเลยครับ ถ้าไร้ “ทีมสปิริต” นิยายฉบับฝอยทองที่เพิ่งผ่านพ้นไปในครั้งนี้สอนให้เรารู้ว่า ถ้าคุณมีความเชื่อ และ ทีมเวิร์ค ที่สุดลงตัว สิ่งที่ไม่น่าพึงบังเกิดก็สามารถอุบัติขึ้นได้

ภาพที่โรนัลโด้ยืนสั่งการนอกสนามบ่งบอกให้เห็นถึงอิทธิพลของแข้งวัย 31 ปีที่มีต่อทีมกระทั่งวันที่สองขาไม่สามารถยืนหยัดได้ “CR7” ยังอุตส่าห์โชว์แพสชั่นให้เราได้เห็นแม้ในบางมุมจะดูก้าวก่ายโค้ชไปหน่อยก็ตา

สิ้นสุดเกมนี้จาก 12 ปีก่อนที่แม้จะเป็นเจ้าภาพทว่าต้องพบกับความผิดหวัง บัดนี้ โปรตุเกสลบล้างรอยด่างพร้อยสำเร็จพร้อมกับจารึกความทรงจำอันแสนเศร้าให้กับสาวกตราไก่ทั้งประเทศแทน

โลกฟุตบอลบางครั้งก็ช่างตลก ขณะเดียวกันก็เปี่ยมไปด้วยความบ้าบิ่นปนสเน่ห์โดยมิรู้ตัว ทีมที่เอาชนะใน 90 นาทีได้แค่แมตช์เดียวบั้นปลายกลับเป็นแชมป์ ขณะที่ทีมซึ่งเป็นต่อทุกกระบวนท่าบั้นปลายของพวกเขาต้องจบลงด้วยน้ำตา

ใครจะคิดว่าชาติเล็กๆที่ติดอันดับความจนท็อป 5 ของยุโรป, เป็นชาติที่ราวกับโดนต้องคำสาปไม่เคยคว้าแชมป์ได้ซักครั้งอีกทั้งยังพ่ายรวดใน 10 เกมหลังที่พบกับฝรั่งเศสก่อนหน้านี้จะสามารถก้าวขึ้นมาประกาศศักดิ์ดา

ใครเล่าจะกล้าคิดว่า ทีมซึ่งผ่านยุคสมัยแห่งความรุนเรืองของ หลุยส์ ฟิโก้, รุย คอสต้า ทว่าจนแล้วจนรอดก็ยังคว้าน้ำเหลวจะกล้ามาประสบความสำเร็จในยุคที่ว่ากันว่า “ขี้เหร่ที่สุด” ในประวัติศาสตร์

1

ล้วใครหน้าไหนอีกกันล่ะที่จะกล้าจินตนาการถึงภาพที่สากกะเบือเรียกพ่ออย่าง เอแดร์ บรรจงส่งบอลซุกตาข่ายเหนือยอดนายทวารอย่าง อูโก้ โยริส

ไม่ว่าใครจะว่าอย่างไร บัดนี้มันเกิดขึ้นแล้วครับ ทีมที่หลายคนค่อนขอดว่า สุดน่าเบื่อ และ ไร้สเน่ห์ที่สุดในทัวร์นาเมนต์อย่างโปรตุเกสได้รับการจารึกเกียรติยศ ในฐานะ “แชมป์ยูโร 2016” อย่างเป็นทางการ

จาก “เดนส์ 92” สู่ “กรีซ 04” ให้หลัง 12 ปีอีกหนึ่งเทพนิยายได้บังเกิด จากม้ามืดที่ถูกปรามาสบัดนี้พวกเขาสามารถเชิดหน้าชูตากับแชมป์แรกในประวัติศาสตร์ของชาติได้อย่างสง่าผ่าเผยพร้อมกับทำให้อาถรรพ์ปีวอกยังคงอยู่ต่อไป

ยินดีกับความสำเร็จอีกครั้งครับพลพรรคฝอยทอง ไม่ว่าจะด้วยโชคชะตา, วาสนา หรือ ด้วยอะไรต่อมิอะไร บทสรุปแล้วขึ้นชื่อว่า “แชมป์” ย่อมไม่มีเรื่องบังเอิญ

ขอบคุณที่ทำให้เราต้องทึ่งไปกับความมหัศจรรย์ใน 7 แมตช์ที่ผ่านมา

โมเมนต์อันยิ่งใหญ่ครั้งนี้พวกคุณสมควรได้รับมันจริงๆ

คอลัมน์ ตุงตาข่าย
by มาสเตอร์ ริท

ที่มา : sanook

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *