ช่วงนี้เราต้องยอมรับว่าเศรษฐ์กิจมันตกสะเก็ด ที่ศาลทุกวันนี้มีคดีล้นศาลแล้ว ทั้งคดีลัก วิ่ง ชิง ปล้น เต็มศาลไปหมด เช้านี้ผมเปิดทีวีเห็นข่าวขโมย รถป้ายแดงข้ามแดน น่าเป็นห่วง แทนเจ้าของรถยนต์ ที่ถูกขโมยไปในระหว่างที่กำลังผ่อนกับไฟแนนซ์ ว่าจะต้องผ่อนกุญแจรถต่อ หรือไม่? ขอแนะนำว่าให้แจ้งความเป็นหลักฐานกับตำรวจ แล้วนำสำเนาการแจ้งความไปมอบให้ บ.ประกันภัย และไฟแนนซ์ ที่สำคัญผมขอย้ำเลยนะว่า ไม่ต้องผ่อนต่อ เพราะ กฎหมายเช่าซื้อ คือ การให้เช่า + คำมั่นว่าจะขาย ดังนั้นเมื่อทรัพย์ ที่เช่าซื้อสูญหาย สัญญาย่อมระงับ ผู้เช่าซื้อไม่ต้องส่ง ค่าเช่าให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อ มีหลายคนโดนไฟแนนซ์ หลอกให้ผ่อนกุญแจ ทั้งๆที่สัญญาระงับไปแล้ว… ในทางกฎหมาย ควรต้องหยุดจ่าย ค่างวดทันทีเพราะรถที่เช่าซื้อสูญหายไปแล้ว สัญญาเช่าซื้อก็ต้องระงับ เงินประกันรถหายก็ได้ไปแล้ว ปกติวงเงินประกัน 80% ของราคาเต็ม ดังนั้น จึงเหลือประเด็นเดียวว่า ค่าเสียหายมีเท่าไหร่ ?

เรื่องนี้ศาลฎีกาเคยวางบรรทัดฐานว่า ถ้ารถที่เช่าซื้อสูญหาย ก็ต้องมาคำนวณว่า รถราคาเท่าใด ผู้เช่าซื้อจ่ายเงินค่างวดมาแล้ว เป็นเงินเท่าใด บริษัทประกันได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่บริษัทลิสซิ่งเนื่องจากรถหาย เป็นเงินเท่าใด ถ้า 2 จำนวนนี้รวมกันแล้วเกินกว่าราคารถที่บริษัทลิสซิ่ง ซื้อมาอย่างนี้ผู้เช่าซื้อ ก็ไม่ต้องจ่ายค่าเสียหาย ถ้าสัญญาเช่าซื้อ มีข้อตกลงให้บริษัทเรียกค่าเช่าซื้อที่ยังขาดอยู่ได้ แม้ว่าทรัพย์ที่เช่าซื้อ จะสูญหายก็ตาม เรื่องนี้ ศาลมีอำนาจ ที่จะกำหนดให้ ผู้เช่าซื้อชำระหรือไม่ก็ได้ ศาลก็จะกำหนดความเสียหาย ให้ตามสมควร แต่มิใช่ให้ชำระค่าเช่าซื้อ จนครบเต็มตามสัญญา หากบริษัทไฟแนนซ์ ซึ่งทราบดีว่า รถยนต์เช่าซื้อหาย แล้วยังยังนำฟ้องคดีอีก ถือว่าเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค โดยไม่เป็นธรรม สู้ในศาลได้เลยครับ